ผู้ประกันตนมาตรา 40 เตรียมผูกพร้อมเพย์

เนื่องจากทางสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการโอนเงินช่วยเหลือเยียวย าผู้ประกันตนมาตรา 40

ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ใน 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ

สมุทรสาคร ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธย า ที่สมัครภายในวันที่ 31 กรกฎาคม

และชำระเงินสมทบภายในวันที่ 10 สิงหาคม

และผู้ประกันตน ม.40 ใน 16 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี

อ่างทอง นครนายก ปราจีนบุรี ลพบุรี ระยอง สิงห์บุรี สระบุรี นครราชสีมา เพชรบูรณ์ และตาก ที่มีสถานะเป็นผู้ประกันตน

โดยสมบูรณ์ (สมัครและชำระเงินสมทบ) ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564

กลุ่มตกหล่น ประกันสังคม”ม.40″ เตรียมผูก”พร้อมเพย์”ด่วน

ผลการโอนเงินเยียวย าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 24- 26 สิงหาคม 2564 สำนักงานประกันสังคม (สปส.)

ได้โอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน ให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 คนละ 5,000 บาท ไปแล้วจำนวน 4,496,381 คน

ปรากฏว่า โอนสำเร็จ จำนวน 4,096,790 คน และโอนไม่สำเร็จ จำนวน 399,591 คน ซึ่งส่วนใหญ่ที่โอนไม่สำเร็จมาจากสาเหตุ

ยังไม่ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนสูงถึง 379,701 คน และสาเหตุอื่น ๆ จำนวน 19,890 คน ทำให้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ

ทันในการโอนรอบนี้ กลุ่มตกหล่น ประกันสังคม”ม.40″ เตรียมผูก”พร้อมเพย์”ด่วน

เรืออากาศเอกหญิง ศุภพรอยู่วัฒนา รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ผู้ประกันตน กลุ่มตกหล่นในการโอนเงิน

หากเช็คแล้วว่าเงินยังไม่เข้าบัญชี ให้รีบไปติดต่อธนาคารด่วน ท่านที่ยังไม่ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน ให้รีบไปดำเนินการผูก

บัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน หรือเปลี่ยนจากพร้อมเพย์เบอร์โทรศัพท์เป็นพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน ท่านที่ไม่ได้รับเงินโอน

เนื่องจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น บัญชีปิด หรือยังไม่เปิดบัญชี ก็ให้รีบไปติดต่อธนาคาร และดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

กลุ่มตกหล่น ประกันสังคม”ม.40″ เตรียมผูก”พร้อมเพย์”ด่วน

ทั้งนี้ นายจ้างและผู้ประกันตนทุกมาตรา ทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ตรวจสอบข้อมูลได้ที่

https://www.sso.go.th/eform_news/ และในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 40 ใน 19 จังหวัดที่ขย ายวันสมัครและ

ชำระเงินถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เมื่อระบบประมวลผลข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งวันที่การโอนเงินให้ทราบต่อไป

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง